MUSIC SWEEP

02:00-09:00

Listen
Live

Listen Live

Now Playing

Cat Radio โตโต แมวแมว ขอเพลงได้ที่ 02-530-9611

อ่านหลังค้น เป้ Mild

อ่านหลังค้น "เป้ Mild"

เป้ - บดินทร์ เจริญราษฎร์ หรือ เป้ Mild ,  Mild Vocalist หรือ PD MVL แห่งทีม Double P ในรายการ Show Me The Money Thailand  คือ อีกหนึ่งนักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ที่งานชุกมาก เมื่อมีโอกาส แมวจึงชวนมาค้นหลายเรื่องในชั่วโมงเดียว
 
เรียบเรียงจากรายการ แมวค้นฅน 14 มิถุนายน 2561ที่ Cat Radio 
สัมภาษณ์โดย ดีเจเปิ้ลหน่อย – วรัษฐา พงษ์ธนานิกร 
ฟังเทปฉบับเต็มได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=Ns0yZg5y7kg 
 
เป้ วง Mild
แมวค้นฅน ทุกสัปดาห์มีแขกรับเชิญพิเศษ วันนี้ขอต้อนรับคุณบดินทร์ เจริญราษฎร์ หรือเป้ วงมายด์ ยินดีต้อนรับค่ะ 
     ยินดีครับ ยินดี 
 
ช่วงนี้ยุ่งใช่ไหมคะ 
     พอใช้ได้ครับ มีอะไรต้องทำเยอะมาก ต้องปิดอัลบั้มแล้ว แล้วก็กำลังแพลนจะทำคอนเสิร์ตใหญ่ (LEO PRESENTS MI4DX CONCERT 14 กันยายน 2561)
 
นอกเหนือจากเพลงในอัลบั้ม มายด์ยังมีเพลงอีกมากมายมหาศาลอยู่เต็มไปหมด
     ถ้านับกันจริงๆ แล้ว วงมายด์มี 4 อัลบั้มที่เป็นออฟฟิเชียล แล้วก็เพลงฟีเจอริ่ง 
 
เพลงฟีเจอริ่งของเป้ เยอะมากเหมือนกัน  เคยนับไหม  
     ไม่เคยนับแบบจริงจังเลยครับ ตอนนี้ถ้าเกิดให้คิดก็คิดไม่ออกเหมือนกัน 10 ปี น่ะพี่เปิ้ลหน่อย 
 
เป็น 10 ปีที่เร็วเหลือเกิน เราก็ปาดเหงื่อกันเล็กน้อย   จริงๆ ต้องบอกคุณผู้ฟังก่อนว่า เปิ้ลหน่อยเจอเป้ ตั้งแต่ยุคแรกสุดเลย เขาเล่นกีตาร์ฮีโร่ เป็นการรวมตัวของศิลปินฝึกกีตาร์
     โดยใช้กีตาร์ฮีโร่ ไม่ได้เกี่ยวกับกีตาร์จริงๆ เลย ตอนนั้นยังไม่ได้ย้ายเข้ามาสู่กรุงเทพฯ จริงจังนะ เป็นคนเชียงใหม่ มาทำเพลงกรุงเทพฯ ไป-กลับ
 
ก่อนที่จะมีค่ายด้วยซ้ำ 
     ใช่ๆ ตอนนั้นยังทำเองหมดเลย
 
ผ่านมายาวนาน 
     เร็วมาก จนเหมือนเพิ่งผ่านไปไม่นานนี้เอง ก็เป็นความรู้สึกที่ดีนะครับ พอผ่านมา 10 ปี หันหลังไปมอง เราทิ้งอะไรระหว่างทางเต็มไปหมดเลย
 
เป็นวงที่ productive มากนะ (มีผลงานจำนวนมาก) 
     จำเป็นฮะ เราไม่มี Second Income (รายได้รอง) หมายถึงเมื่อก่อนนะครับ ต้อง productive ตลอด เราถือว่าเป็นอาชีพหลักของเรา ที่ไม่ได้ดูแลแค่เราไง แต่ดูแลครอบครัว ดูแลคุณพ่อคุณแม่เราด้วย ก็เลยรู้สึกว่า ต้องทำให้เต็มที่หน่อย จัดไปเต็มที่ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา 
 
จากเชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯ
ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ เมื่อไหร่คะ 
     ถ้าย้ายจริงๆ น่าจะอัลบั้ม 2 เพราะอัลบั้มหนึ่ง ยังเรียนไม่จบเลย ยังอยู่ที่เชียงใหม่ เป็นละอ่อนปี 1 ปี 2 เล่นดนตรีอยู่ที่วอร์มอัพ เชียงใหม่ครับ เป็นเฮาส์แบนด์ (วงประจำร้าน) พอมีเวลา ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ก็จะมากรุงเทพฯ เพื่อเข้าสตูดิโอทำเพลง แล้วก็มาโปรโมทเพลง
 
เชียงใหม่ก็หล่อหลอมศิลปินไว้เยอะเหมือนกันเนอะ
     ผมว่าน่าจะเป็น เพราะบรรยากาศ เป็นเพราะแบบอย่างด้วยมั้งครับ คือ ถ้าเราลองมองย้อนไปในยุคก่อนๆ เชียงใหม่ไม่เคยขาดศิลปินเลยนะ เป็นด้านใดๆ ก็ตาม 10 ที่แล้ว เชียงใหม่เป็นเมืองหนาว ตื่นตอนเช้าก็มีหมอกลง เต็มไปด้วยร้านกาแฟ แล้วก็มีแม่น้ำ มีภูเขา เป็นเมืองอยู่ในนั้นด้วย มีครบแล้ว  ส่วนใหญ่เมืองที่เป็นธรรมชาติเยอะๆ ก็มักจะธรรมชาติไปเลย ถ้าเป็นเมืองไทยนะ แต่เชียงใหม่จะมีความเป็นเมือง และความเป็นธรรมชาติอยู่ด้วยที่เดียวกัน รู้สึกว่าก็เกิดสุนทรียภาพ ทำให้เราอยากจะเอาสุนทรียภาพเหล่านั้นออกมาให้คนอื่นได้รู้สึกไปด้วย ก็เลยออกมาเป็นทั้งภาพเป็นทั้งเสียง เรามีอาจารย์เฉลิมชัย  เรามีแม่สุนทรี เวชานนท์ เรามีจรัญ มโนเพ็ชร พอเราเลยช่วงนั้นมาหน่อยหนึ่งเราก็จะเจอ ETC.  วง Hum ก็จะมีวงเหล่านี้ต่อรุ่นกันมาตลอด
 
ก็เหมือนมีตัวกระตุ้น ไปแม่น้ำ ชิล ไปภูเขาก็ชิล สามารถจะผลิตคิดอะไรออก
     เหมือนเราผ่อนคลาย มีที่ให้เราไปนั่งนิ่งๆ ไม่อยากไปไหน ปล่อยจิตปล่อยใจได้ง่ายๆ ตลอดเวลา อยู่นิ่งๆ ได้เป็นวันๆ 
 
คิดถึงบ้างไหมครับ 
     พยายามจะกลับเชียงใหม่ ให้ได้ทุกเดือน เพราะว่าคุณพ่อคุณแม่อยู่ที่นั่น ก็ไม่มีใครดูแลเนาะ ผมลูกคนเดียวเนาะ มีหมาอ้วนๆ ตัวหนึ่งให้แกดูแล ก็พยายามจะกลับให้ได้ตลอดครับ เพราะว่าตอนนี้เขาก็อายุเยอะมากพอสมควรละ 
 
 
MI4D
เพลง SAYONARA  - MILD
 


ซาโยนาระ คือ ซิงเกิลแรกของอัลบั้มที่ 4 (MI4D)
     ใช่ครับ แต่อยู่บนสื่อมา 3 ปีแล้ว หลายๆ คนฟังแล้วอาจจะยังคุ้นหูอยู่  ตั้งแต่ซิงเกิ้ลแรกนี้ก็ 3 ปีแล้ว ตอนนี้ยังไม่มีอัลบั้มออกมาเลย เพราะเราทัวร์มาตลอดมั้งครับ ทัวร์ไป ทำไป ทำๆ แก้ๆ ก็เลยไม่เสร็จสักที
 
เราไม่ได้รู้สึกว่ามายด์หายไปไหนเลยนะ มีซิงเกิล มีคอนเสิร์ต มีโชว์ให้เราเห็นตลอดเวลา
     ด้วยความที่เราตั้งใจจะทำเป็นอัลบั้มให้ได้ เลยจำเป็นต้องมีเพลงเยอะสักหน่อย อย่างตอนนี้ก็ทำอัลบั้มเต็ม 11 เพลง ช่วงระยะเวลาก่อนจะถึงช่วงปล่อยอัลบั้ม เราก็ปล่อยซิงเกิลมาตลอด
 
เล่าที่มาของเพลงล่าสุดให้เราฟังหน่อย ซึ่งปล่อยมา 2 เพลงพร้อมกัน 
     เป็นซิงเกิลทีไม่มีเป้เป็นนักร้องนำแล้วครับ เพลงแรก ‘ดีต่อใจ’ คนที่ร้องเป็นคุณเป้ (ไพสิฐ คำกลั่น) มือแซ็กโซโฟน เขาก็ไม่เคยมีโอกาสได้ร้องเพลงเป็นออฟฟิเชียลสักครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งอัลบั้มที่ 2 ‘โรแมนติก’ ครั้งนั้นก็ไม่ได้โปรโมท มาถึงเพลงนี้ ‘ดีต่อใจ’ พอเราทำเสร็จแล้ว รู้สึกว่าการที่เล่าไปถ่ายทอดเรื่องนี้ รู้สึกว่าพูดแล้วเขิน ไม่เข้าปาก ใสไปสำหรับเราหรือเปล่า ก็เลยถอยตัวเองเป็นแร็ปเปอร์ เต็มตัวเลยครับ เพลงนี้เราจะแร็ปจะอย่างเดียวเลยครับ คุณเป้ แซ็กโซโฟนเป็นคนร้องทั้งหมด 
 
คิดว่าคุณเป้แซ็ก ใสกว่าเราเหรอคะ
     คิดว่าดีกว่า ภาพเขาดูใสกว่าเรา จริงๆ เพลงนี้มีคนช่วยเยอะมากเลยครับ มีน้องเบิ้ม (ศุภโชค เชื้อเมืองพาน) จากวง 60 Miles เขาเป็นคนเขียนเนื้อเริ่มต้นมา แล้วก็โดนวงมายด์ ขโมยเพลงนี้มา จริงๆ ตอนแรกเขาไม่ได้จะให้วงมายด์นะ เขาจะทำสต็อกไว้ขายลูกค้า สุดท้ายเขาเข้ามาทำงานสตูดิโอของวงมายด์พอดี เลยโดนปล้นเป็นเพลงของวงมายด์ไปซะ
 
เพลง ดีต่อใจ  - Mild
 


มีอีกเพลงหนึ่งที่ปล่อยมาพร้อมกัน 
     เพลงต่อไปชื่อว่า ‘Over’  ผมก็ไม่ได้ร้องเหมือนกัน คนที่ร้องเป็นเต่า (เจน มโนภินิเวศ) มือกีตาร์ กิมมิกของวงมายด์ทุกๆ อัลบั้มจะต้องมีเต่าร้องอยู่แล้ว อัลบั้มนี้ก็มีเพลงที่ชื่อว่า ‘Over’  เป็นความเหงา ความเศร้า คนรักเขาเดินจากเราไปแล้ว แม้ว่าตัวเขาจะไม่อยู่ แต่ความรักความสัมพันธ์ ความผูกพันอยู่ในใจเราตลอดไป Forever แต่ว่า Over ไปแล้วนะ ซึ่งคล้ายๆ เป็นภาคต่อของเพลง ‘Forever’ ในอัลบั้มที่แล้ว 

มายด์เป็นวงที่สมาชิกร้องเพลงกันได้หมดเลยเหรอคะ 
     เกือบครับ ร้องได้ กับร้องดีไม่เหมือนกันนะครับ บางคนร้องเพลงได้ แต่ว่าร้องไม่ดีเท่าไหร่ แต่อย่างของเต่ากับเป้ แซ็ก เขาร้องเพลงอยู่แล้ว

ในสัดส่วนอัลบั้มของมายด์ เต่าเข้ามาแต่งเนื้อด้วยเยอะไหมคะ
     วงมายด์ เต่าเป็นโปรดิวเซอร์หลักของวงมายด์อยู่แล้วครับ ทำในส่วนของดนตรีเป็นส่วนใหญ่ ผมจะเป็นส่วนของเมโลดี้เนื้อร้องเดโม่เบื้องต้น ส่วนใหญ่แยกกันทำ แล้วก็ไปจบในห้องซ้อม ช่วยๆ กันทำแหละครับ ทุกๆ คนเหมือนเป็นโปรดิวเซอร์ 

ผ่านมา 4 อัลบั้มแล้ว การทำงานเราเปลี่ยนบ้างไหมคะ
     มากครับ แต่ก่อนเริ่มที่ผมเขียนเนื้อร้องทำนอง เสร็จโยนไปที่วง วงก็จะช่วยกันทำดนตรีแล้วก็อัด หลังๆ เริ่มมีดนตรีเสร็จก่อนเราก็มาเริ่มเนื้อร้องทีหลัง หรือบางทีทำพร้อมกันเลย คือ ด้วยระยะเวลาทำให้เราต้องเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย บางเพลงก็ไม่ได้ใช้ดนตรีสดทั้งหมด บางทีก็จบหน้าคอม บางเพลงเหมาะกับอะไรบ้าง ก็ปรับตามยุคตามสมัย 

เพลง Over – Mild
  


เป้และฮิปฮอป
เป้ชอบฮิปฮอปตั้งแต่เริ่มต้นเลยใช่ไหมคะ ตอนแรกเราไม่ได้เห็นภาพฮิปฮอปของมายด์เลย 
     ผมชอบมาตลอดเลยครับ พยายามจะมีเพลงแร็ปอยู่ในทุกอัลบั้มครับ อัลบั้มแรกก็มีนะ ‘Surprise’ ก็เป็นกึ่งแร็ป แต่เป็นเมโลดี้ ‘เสร็จ’ ก็มีท่อนแร็ป อัลบั้มที่สองก็มี ทุกอัลบั้มจะสอดแทรกเข้าไป โดยที่ทุกคนไม่รู้ตัวมาก่อน

แต่เป้จะมีคาแร็กเตอร์ของความเป็นแร็ปเปอร์ ความฮิปฮอปตั้งแต่แรกแล้วนะ 
     แต่ทำอะไรมากไม่ได้ครับ  ดนตรีฮิปฮอป ไม่ใช่กระแสหลักอย่างตอนนี้ แล้วอีกอย่างภาพลักษณ์ของเราเป็นวงดนตรีป๊อป แล้วอยู่ๆ เราจะมาหักอกคน อยู่ๆ เรามาเป็นแร็ปเปอร์ บางคนก็อาจจะเกิด Culture Shock ว่าคืออะไร ถ้าอย่างนั้นเราก็ทำในสิ่งที่เราชอบอีกแบบหนึ่ง ก็คือ การร้องเพลงไปด้วย และถ้าถึงเวลาเมื่อไหร่เราก็คงมีโอกาสได้แร็ปเอง แล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้ว 

โห ตอนนี้สุกงอมมากเลย เป็นแร็ปเปอร์ตัวจริงมากๆ รายการ Show Me The Money ทำให้เราได้เห็นความเป็นแร็ปเปอร์ของเป้ ขึ้นไปอีก 
     ครับ เป้รอคอยเวลานี้มานานมาก ทำวงมา 10 ปีแล้วครับ กว่าจะได้ทำในสิ่งที่เราเป็นจริงๆ ก็คุ้มค่านะครับ กับสิ่งที่เรารอมาตลอด สุดท้ายก็ได้ทำในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด ผมเชื่อว่า ถ้าเรารีบไปทำอะไรเกินไป ในช่วงเวลาไม่เหมาะสม ผลก็จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ การรอคอยที่เขาบอกว่า “ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม” ก็จริง 

ซึ่งใจเย็นมาก 10 ปีน่ะ
     อดทนครับ แต่ก็แอบไปทำกับคนนั้นคนนี้ เป็นฮิปฮอปตลอด อย่างเวลาไปแจมกับคนอื่นผมจะพยายามไม่ร้องเลยครับ จะแร็ปตลอด เหมือนจะสร้าง Identity ของตัวเองอีกแบบมาตลอด
 
เล่าถึงรายการให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ Show Me The Money สนุกสนานแค่ไหน 
     สุดยอดไปเลย เป็นการเปิดโลกทัศน์ เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับผมเองแล้วก็เชื่อว่า PD หลายๆ คนที่อยู่ในรายการด้วย เราเพิ่งรู้ว่าเมืองไทย เต็มไปด้วยแร็ปเปอร์ เต็มไปด้วยคนเจ้าบทเจ้ากลอน เต็มไปด้วยคนที่มีความสามารถในการเล่าเรื่อง เด็กอายุ 10 กว่าๆ ความคิดความอ่าน คำพูดคำจาเขาไปไกลแล้ว  เราเข้าใจได้ว่าโลกสมัยนี้แคบลง จากสื่อจากอะไร เขามีอะไรให้เสพแล้วก็พัฒนาตัวเองได้ง่ายขึ้น อย่างแร็ปเปอร์ต่างประเทศ โอ้โห เรามาเจอในรายการ เด็กอายุ 9 ขวบ แร็ปเป็นฟืนเป็นไฟเลย เก่งมาก ทำให้เรารู้สึกว่าเราหยุดไม่ได้ เราก็ต้องไปต่อเหมือนกัน จุดไฟให้เราพอสมควร

ซึ่งเจ๋งมาก เราจะรู้สึกว่าเราคิดไม่เห็นทันเลย ยิ่งคนที่เขาแร็ปสดได้ ปุ๊บปั๊บๆ ออกมาได้ แร็ปเปอร์ต้องฉลาดกว่าเราหรือเปล่า 
     อาจเป็นเพราะเขามี Word Choice ในหัวเยอะมั้งครับ แต่ละคนก็จะคลังคำศัพท์ที่ไม่เท่ากัน ใช้บ่อยจนชินปากน่ะ คนที่แร็ปสดก็จะดูมีเสน่ห์ 

เคยฟังคนที่เขาแร็ปเยอะๆ บอกว่าออกมาเอง เหมือนเราพูดน่ะ 
     ก็ใช่ แล้วแต่คน แร็ปเปอร์มีหลายแบบ แบบจด แบบสด  แร็ปเปอร์ที่แร็ปสดเก่งๆ ก็เยอะมาก แต่แร็ปเปอร์ที่จดๆ ก็ต้องใช้เวลาในการเขียน แล้วออกมาเป็นคำสวยๆ ก็จะมีหลายแบบ 
 
ก่อนจะเป็นเป้  Mild Vocalist 
เราย้อนกลับไปสักนิดหนึ่งค่ะ ก่อนเป็นเป้แบบทุกวันนี้ เราเริ่มต้นตอนแรกอย่างไร แต่งเพลง แต่งกลอน หรือว่าแร็ปก่อน 
     เป็นนักดนตรีก่อนแล้วกันนะครับ ผมเริ่มเล่นดนตรีประมาณ ม.1 เล่นกีตาร์ ร้องเพลง สมัยนั้นตอนเด็กๆ ผู้ชายทุกคนเป็นเหมือนกันหมด คือ อยากเป็นจุดสนใจ อยากเป็นที่ยอมรับของเพื่อน จีบสาว พอเราเริ่มทำไปมากๆ เข้าเริ่มไม่อยากจะทำเอาเท่แล้ว อยู่ๆ ก็เราก็หลงรักมัน แล้วก็ทำมาตลอด เริ่มเขียนเพลงครั้งแรกตอนอายุ 14 มั้งครับ
 
เขียนให้ใครคะ 
     ผมเอาเพลงมาแปลง ไม่ได้เขียนให้ใคร ตอนนั้นจำได้ว่าเป็นเพลง ‘อย่าเสียน้ำตา’ ของพี่วงแบล็กเฮด เนื้อหาเหมือนปลอบผู้หญิงคนหนึ่งอย่าร้องไห้เลย ก็เป็นแค่ความฝันตื่นมาก็หาย แล้วก็แปลงไปเป็นเพลงจีบสาวแทน ไม่ได้ให้ใครฟัง มีเต่าได้ฟังคนหนึ่ง
ผมกับเต่าอยู่ด้วยกันตั้งแต่ประถม เต่าบอกผมก็เขียนเพลงได้นี่ เราเลยเริ่มเขียนตั้งแต่ตอนนั้น 
 
ตอนนั้นเต่าเล่นดนตรีแล้วหรือยัง
     เล่นแล้วครับ เริ่มมาพอๆ กันเลย แต่ถ้าพูดถึงดนตรีฮิปฮอปนี่ ผมเริ่มไปชอบตั้งแต่ตอนที่ดูหนังเรื่องหนึ่งชื่อ 8 Mile

ที่มี Eminem เหรอ มีแบตเทิลบนเวทีเหมือนกัน 
     ใช่  เปลี่ยนชีวิตเลยนะ เปลี่ยนชีวิตถึงขั้นต้องทำตาม Eminem หมดเลย เปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งตู้ กลายเป็นแบบเขา ที่เชียงใหม่เป็นเมืองหนาวตอนนั้นก็อุณหภูมิสิบกว่าๆ มันเป็นเมืองหนาว ใส่เสื้อหลายเลเยอร์มาก ใส่เสื้อมีฮู้ด แจ็คเก็ต ใส่หมวกแล้วทับอีกที เปลี่ยนกระเป๋ามาใช้ถุงดำน่ะ เพราะในเรื่องเขาใช้ถุงดำ เราก็จริงจัง แบบบ้าไปเลยน่ะ ตอนนั้นมีไทเทเนียมกับพี่โจ้ ยังอยู่ด้วยกันที่อเมริกา ก็ส่งเดโม่ AA CREW มาที่เมืองไทย หลังจากนั้นก็ เราก็บ้า “นี่แหละ ทางที่เราจะต้องเลือก ก็ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มต้นตอน ม.ต้น ครับ” 
 
ม.ต้น เป็น Magic year เนาะ เหมือนความมีไฟทั้งหมด ความฝันทั้งหมด ยังไม่มีอะไรมาปนเปื้อน
     Drive (แรงผลักดัน) รุนแรงมากเลยนะ จะผลักดันตัวเองให้ไปถึงความฝันให้ได้น่ะ  แล้วก็จะเป็นวัยที่มีปัญหากับทางบ้าน ด้วยความที่เราเชื่อมั่นในตัวตนที่เราเลือกไว้ค่อนข้างเยอะมาก ผมก็มีนะ มีทะเลาะกับแม่ 
 
เป้และครอบครัว 
แม่ไม่อยากให้ร้องเพลง?
     ก็เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ตามหลักโดยคิดถึงสังคมไทยเมื่อสัก 10 ปีที่แล้ว คำว่า “เต้นกินรำกิน” มีให้ได้ยินตลอดเวลาเลย สุดท้ายพอผ่านมาได้ก็คุ้มค่านะครับ เราทำงานหนักมาตลอด ก็พิสูจน์ตัวเองให้แม่ได้เห็นให้พ่อได้เห็น เชื่อเถอะว่าสิ่งที่เราทำมันหาเลี้ยงชีพได้จริงๆ 
 
เขาอยากให้เราเป็นอะไร เคยถามเขาไหม
     มีอยู่ครั้งหนึ่ง ขอแม่ไปสอบเข้ามหาวิทยาลัยดนตรีแห่งหนึ่ง แม่บอกว่าถ้าเป็นไปได้อย่าไปเลย มันไม่มั่นคง ผมก็เลยบอก "แม่ ชีวิตผม ผมทำได้แค่ 2 อย่าง ถ้าไม่เล่นดนตรี ก็พูดภาษาอังกฤษ" หมายถึงตอนนั้นนะครับ แม่ก็เลยบอกว่างั้นพูดภาษาอังกฤษให้ฟังหน่อย ผมก็เลยเข้าไปสอบคณะมนุษยศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สุดท้ายก็เรียนจบมา แต่ช่วงระหว่างที่กำลังเรียนให้แม่ เราขอทำเพลงเราไปด้วย พอเรียนจบมาก็เหมือนได้ปริญญา 2 ใบ อัลบั้มเสร็จ 2 อัลบั้ม แล้วก็ได้ใบปริญญามาแขวนบ้านด้วย  เหนื่อยแต่ก็คุ้มค่ามากเช่นกัน 
 
เป็นคนที่ใช้เวลาได้คุ้มค่าจริงๆ  
     แล้วก็หมดแรงไปเอง (ยิ้ม) ไม่หรอก ผมรู้สึกว่าคนเราปล่อยเวลาให้ผ่านไป จะเสียดายภายหลังอยู่ประจำ ผมก็เลยรู้สึกว่าถ้าคิดอะไรออกก็อยากจะรีบทำ พลาดก่อนก็แก้ได้ก่อน แล้วก็สำเร็จก่อน 
 
จุดที่รู้สึกว่าพลาด เฟล มีไหมคะ
     ตอนเด็กๆ ผมเป็นคนที่ดื้อมาก ทำให้แม่ร้องไห้บ่อยๆ อยู่ในห้องฝ่ายปกครองบ่อยกว่าอยู่ในห้องเรียน 
 
เรื่องอะไรบ้างที่โดนเรียกผู้ปกครอง
     ก็ซนๆ แหละทั่วไป มีเรื่องชกต่อย โดดเรียนบ้าง ทำลายข้าวของบ้าง ดูเป็นคนขวางโลก ไม่รู้ทำไปทำไมเหมือนกัน แต่ว่าตอนนั้นเหมือนร่างกาย หรือหัวใจต้องการจะทำอย่างนั้นจริงๆ เหมือนว่าทำแบบนั้นดู cool ดูเท่ พอเรามองย้อนกลับไป เกรียนมากเลยนะ ทำไมต้องทำด้วย ทำให้คนที่เขารักเรามากๆ อย่างคุณพ่อ คุณแม่ เขาเสียใจ ก็เลยเหมือนตั้งปณิธานกับตัวเองไว้ว่า ต่อไปเราจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว ดนตรีช่วยเราไว้ ปกติใจร้อนมากครับ แต่ดนตรีทำให้เราละเอียดอ่อนมากขึ้น
 
ทุกวันนี้แม่โอเคกับการทำงานเพลงของเราแล้ว?
     แม่โอเคมาก แม่จะรอคอยว่ามีเพลงใหม่หรือยัง คุณพ่อจะชอบเปิดฟังตอนเช้าๆ แก้คิดถึง ตัวไม่อยู่ก็ยังได้ยินเสียง เวลาเพื่อนมาที่บ้านเชียงใหม่ จะพาขึ้นไปชั้น 2 เป็นเหมือนแกลอรี่ภาพของผม เขาก็จะพาเพื่อนมาดู “นี่เป้นะ” “บ้านนี้ เป้เขาร้องเพลงแลกมานะ” เขาก็จะมีความสุข เวลาเจอเพลงตามคลื่นวิทยุเขาก็จะถ่ายส่งมาบอกว่า “ฟังเพลงอยู่นะ”ก็มีความสุขดีครับ (ยิ้ม)
 
นอกจากเพลงของมายด์แล้ว เป้ทำงานเบื้องหลังด้วย เยอะแยะมากมาย เล่าให้เราฟังหน่อยได้ไหมคะ 
     ตอนนี้ผมทำมิวสิก โปรดักชั่น HOH Music Production ประกอบไปด้วยวง Mild มี 60 Miles มีวง The  Rube แล้วอีกวงก็คือ  Morning Soon  4 วงนี้อยู่ในโปรดักชั่นช่วยกันทำเพลงตลอด แล้วนอกจากช่วยกันทำเพลงให้คนอื่นแล้ว ยังช่วยทำเพลงกันเองด้วย The Rube, Helmetheads, Rooftop ก็เป็นหนึ่งในผลผลิตที่เราทำกันขึ้นมา ส่วนใหญ่จะทำให้ค่ายเยอะพอสมควรแล้วก็จะมีทำข้างนอกด้วย เขียนเพลงให้หลายๆ คน ก็คือทำครบหมดอะครับ ทั้งเขียนเนื้อร้องทำนองครับ ทำหมด 
 
ฟัง the Rube สักเพลงไหม ‘I’m sorry สีดา’   
     เป็นเพลงที่ผมภูมิใจมากเลยนะ ผมรู้สึกว่าเพลงนี้เป็นความภาคภูมิใจของบ้านเรา เป็นการรวบรวมเอาวัฒนธรรมที่ไกลกันมาก ให้มาอยู่ที่เดียวกันได้ แบบไม่ขัดเขิน และไม่บังคับคนฟังจนเกินไป รู้สึกภูมิใจมากเลยครับ

เพลง I’m sorry สีดา – The Rube

 
MVL: Mild Vocalist 
เป้ บดินทร์ เจริญราษฎร์ หรือ เป้ วงมายด์​ ก็มีหลายชื่อนะคะ 
     ถ้าพูดถึงเรื่องการแร็ป ตอนนี้ก็เรียก MVL ตลอดครับ Mild Vocalist  # MildVocaList
 
เป้อยู่ในวงการมายาวนานเหมือนกัน แล้วก็ผลิตผลงานออกมาเรื่อยๆ แรงบันดาลใจมาจากไหนคะ 
     มีทั้งข้างในและก็ข้างนอกครับ จากเรื่องที่เจอในชีวิตก็มี จากเรื่องคนอื่นก็มี เรื่องราวที่เราเจอทุกๆ วัน ความรู้สึกของเราก็ใช้ได้ กระทั่งสถานที่ นี้ส่งผลมาก ผมชอบไปทะเลครับ ไปนั่งมองทะเลเฉยๆ เลย ปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างทำงานด้วยตัวเอง ก็ทำให้ได้เพลงมาหลายครั้งเหมือนกัน หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องราวของเพื่อนๆ เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต สิ่งที่เขาเล่าให้เราฟัง บางทีก็ impact (ส่งผล/กระทบใจ)มากพอที่จะทำให้ออกมาเป็นเพลงได้ คนก็สำคัญมาก คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อเพลงของผมมาก ความรู้สึกของเราในสถานการณ์​ต่างๆ ก็สำคัญ ผมเคยเวิร์กชอปเกี่ยวกับเรื่องการเขียนเพลง เคยสังเกตไหมครับ คนเราเวลาอกหัก  เรารู้สึกอย่างไร ไม่ใช่แค่เสียใจอย่างเดียวนะ ลองคิดดูดีๆ 
 
มีอย่างอื่นด้วย 
     เสียใจก็มีอยู่แล้วละ เสียดายที่ทำได้ไม่ดีพอ รู้สึกเสียดาย เราโกรธ คนคนนั้นทำให้เราเสียใจ เลิกก็เลิก โกรธ รู้สึกเครียด รู้สึกท้อ รู้สึกเซ็ง คือ มีหลายความรู้สึกมาก เราไปจับความรู้สึกตรงนั้นึ คิดให้ตกผนึกไห้ได้ แล้วจะออกมาเป็นเพลงที่ดีได้  จะไม่ใช่แค่คำว่าเสียใจอย่างเดียว ต้องละเอียดอ่อนไปกว่านั้น ต้องมองให้ลึกไปกว่านั้น ถึงได้เพลงที่ถูกต้อง 
 
อยากแต่งเพลงอกหัก ก็ต้องไปอกหักก่อนงี้ 
     เป็นเรื่องที่ฟังมาก็ได้ครับ ส่วนผมเป็นคนไม่ค่อยมีโชคเรื่องความรักด้วยครับ  ไม่งั้นเพลงอกหักจะมาเยอะขนาดนี้เหรอ (หัวเราะ)
 
แอบถามได้ไหม ว่าเพลงไหนมาจากประสบการณ์จริงของเป้บ้างคะ
     ถ้าพูดถึงเพลงช้าหรือว่าเพลงอกหักส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องจริงหมดครับ จากคนอื่นบ้าง จากตัวเราเองบ้าง ไม่ค่อยมีเพลงที่เป็นโจทย์มาแล้วให้เราเขียน น้อยมาก มี ‘กรรมตามสนอง’ เพลงเดียวที่มาเป็นโจทย์ แต่เพลงอื่นๆ จะเป็นความรู้สึกเป็นเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นทั้งนั้น 
 
เป็นคนชอบสังเกตเหรอคะ
     มากครับ คุณพ่อจะสอบตลอดเวลา ตอนเด็กๆ เขาจะบอกตลอดว่าต้องสังเกตนะ ก็ดีนะครับ ส่งผลต่อเราในเรื่องงานด้วย เวลาที่เราสังเกตเยอะๆ อย่างเราอยู่บนเวที เราก็จะสังเกตรีแอ็กชั่นคน ถ้าคนดูไม่สนุกเราก็จะเปลี่ยนลิสต์เพลงละ เราก็จะคอยดูอยู่ตลอดว่าคนนี้เขายังฟังเราอยู่หรือเปล่า คนนี้เขายังมองเราอยู่หรือเปล่า คนนี้เขาทำอะไรอยู่ ทำไมเขาไม่ฟังเรา 
 
มายด์เฉลี่ยแล้วเล่นคอนเสิร์ตเยอะแค่ไหนคะ
     เดือนหนึ่งก็ประมาณ 10 ขึ้นไปครับ พยายามไม่ให้ต่ำไปกว่านี้ เรามองว่าการเล่นดนตรีสดส่งผลต่อแรงขับเคลื่อนในตัวเรา การที่เราไปเจอคนที่อยู่ข้างนอกบ่อยๆ หรือว่าการที่เราไปเจอแฟนเพลงบ่อยๆ ทำให้เรายังคง Keep Up ตลอดเวลา เรายังมี Drive ตลอดเวลา บางทีการอยู่ในสตูดิโอนานๆ ผมไม่ค่อยชอบครับ หมดไฟ เฉื่อยๆ ดูเป็นงานเกินไป แต่การได้ขึ้นไปอยู่บนเวทีเหมือนเราได้ไปเล่นสนุกครับ ผมรู้สึกว่าส่งผลต่องานของเราเยอะพอสมควร เติมไฟให้เรา 
 
เป้มุมอื่นๆ 
ตอนนี้เรียกว่าเพลงเป็นชีวิตของเป้เลยเนอะ มีเรื่องไหนสนใจนอกจากเรื่องเพลงอีกไหมคะ
     ผมชอบการลงทุนมากเลยครับ แล้วผมก็ชอบรองเท้า กับนาฬิกามากครับ เป็นคนชอบรองเท้ามาก  
 
คู่สะสมที่รัก คือ คู่ไหน
     รักที่สุดเหรอ จริงๆ ผมเป็นคนธรรมดามากเลยนะ ผมชอบสตอรี่ของมัน   คือ แอร์จอร์แดน 1 รอยัลบลูสีน้ำเงินดำ  ตัวนี้ผมอยากได้ตั้งแต่ผมเด็กๆ สมัยเราอยู่ ม.ต้น เป็นรุ่นที่ดังมากของจอร์แดน ชอบมาก แล้วหวังว่า วันหนึ่งจะต้องซื้อให้ได้ จากค่าขนมวันละไม่กี่สิบบาท เทียบกับราคาของตรงนั้น แทบจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย  เราต้องชิปปิ้งจากอเมริกา ต้องไปสั่งจากใคร อินเตอร์เน็ตก็ไม่มี ก็ฝันมาตลอด ก็เพิ่งมาได้ในปี 4-5 ปี ที่แล้ว ไม่ได้แพงอะไรขนาดนั้นหรอก แต่รู้สึกว่ามีเรื่องราวมีคุณค่าทางใจ
 
เราคิดว่าเราจะอยู่กรุงเทพฯ ไปเรื่อยๆ ไหมคะ หรือว่าจะจบที่ไปอยู่เชียงใหม่
     ใจอยากกลับไปเชียงใหม่นะ แต่ว่าก็รอดูแล้วกันครับ ว่าดนตรีจะพาเราไปจบที่ไหน ผมเชื่อในดนตรีมากครับ ว่าจะพาเราไปในที่ที่ดีแน่นอน
 
ตั้งใจจะทำดนตรีไปถึงเมื่อไหรคะ
     จนกว่าจะทำไม่ได้ เส้นทางบนเวทีอาจจะจบลง แต่เส้นทางดนตรีไม่ได้จบตาม เราอาจจะไม่ได้ยืนอยู่บนเวทีแล้ว คงทำเพลงทำอะไรกันต่อได้ ผมรู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ผมทำได้ดีที่สุดแล้ว แล้วก็ถนัดที่สุดแล้ว รักที่สุด
 
มีอะไรในชีวิตที่คิดว่าอยากจะทำ แล้วยังไม่เคยได้ทำบ้างไหมคะ
     อยากเวิลด์ทัวร์ครับ อยากไปอเมริกามากครับ ชีวิตนี้ยังไม่เคยไปเล่นอเมริกาเลย อยากไปมากๆ เป็นจุดเริ่มต้นของฮิปฮอปเลยนะ นิวยอร์กอยากไปจังเลย อยากไปเล่น ต้นปีที่ผ่านมาเพิ่งไปเล่นที่ลอนดอนมาครับ ก็ได้อีกฟีลหนึ่ง หลังคอนเสิร์ตใหญ่กำลังคุยกับหลายๆ คนอยู่ ถ้าเป็นไปได้อยากไปมาก 
 
ฮิปฮอปที่เรารู้จัก ที่เราชื่นชอบ เริ่มจากฝั่งอเมริกาด้วย เคยศึกษาฮิปฮอปฝั่งอื่นบ้างไหมคะ ประเทศอื่น โซนอื่น 
     จริงๆ มีเยอะมากนะ อย่างเราอยู่ใน Show Me The Money ก็จะฟังฝั่งเกาหลีเยอะมาก เขาจะมีวิธีของเขา ก็มีเสน่ห์มากเหมือนกัน แต่ละที่ก็บ่งบอกถึงคัลเจอร์ในแต่ละที่ ทำให้เรารู้สึกว่าฮิปฮอปเป็นดนตรีที่มีเสน่ห์จัง ดี ทุกครั้งที่ฟังก็จะรู้สึก ว่า represent (เป็นตัวแทน) แต่ละที่เลย
 
เมื่อกี๊ถามเรื่องทำเพลง เป้บอกว่าจะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะทำไม่ไม่ได้ แล้วฝั่งของดนตรีฮิปฮอปล่ะคะ จะไปถึงเมื่อไหร่ เคยคิดไหม 
     โอ้โห ผมยังมองหาจุดสุด จุดจบยังไม่เจอเลย ผมยังมีความสุขกับมันมากอยู่เลย ผมรู้ว่าชีวิตเพิ่งเริ่ม คือ เราเพิ่งเริ่มทำฮิปฮอปไม่นานมานี้ ปีหรือสองปีที่ผ่านมา ยังไปอีกไกลน่ะ ขนาดวงดนตรีเรา 10 ปียังไปต่อได้เลย นี่เราเพิ่งเริ่มแค่ขวบเดียวเอง ไปกับอีกยาวแน่นอนครับ ก็อยากให้ฝากติดตามกันเยอะๆ ครับ 
 
เราจะติดตามเป้ บดินทร์ เจริญราษฎร์ กันต่อไปค่ะ สนุกสนานมาก และเราก็ได้รู้จักเป้ ในมุมมองที่เราไม่เคยได้คุยกันลึกๆ แบบนี้  ขอบคุณมากค่ะ
 
ติดตามรายการสัมภาษณ์ค้นแนวคิดสะกิดแรงบันดาลใจแบบ แมวค้นฅน ได้ทุกวันพฤหัสบดี 21.00 -22.00 น. ที่ Cat Radio www.thisiscat.com, app: Cat Radio 

                            “ผมเชื่อในดนตรีมากครับ ว่าจะพาเราไปในที่ที่ดีแน่นอน”