MUSIC SWEEP

01:18-01:18

Listen
Live

Listen Live

Now Playing

Cat Radio โตโต แมวแมว ขอเพลงได้ที่ 02-530-9611

ค้นเบื้องหลัง PiM Cosmetix

ค้นเบื้องหลังชีวิตมีสีสันของผู้ก่อตั้ง PiM Cosmetix 
แบรนด์ลิปสติกแฮนด์คราฟต์สัญชาติไทยสไตล์จี๊ดจ๊าด 
ขวัญใจเทศกาลดนตรี คอนเสิร์ต และงานศิลปะต่างๆ 
เรียบเรียงจากรายการแมวค้นฅน 5 เมษายน 2561 ที่ Cat Radio 
ฟังคลิปเสียงสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ แมวค้นฅน PiM Cosmetix 
 
 
ความสนุก = จุดเริ่มต้น PiMCosmetix
 
สัปดาห์นี้  น่าจะเป็นแขกรับเชิญที่เปรี้ยวที่สุดตั้งแต่ที่เราเคยเชิญมา มีพร็อพเยอะมาก สาวเปรี้ยวคนนี้ชื่อว่าแม้ว รัชนี นิมมานเทอดวงศ์ เป็นผู้ก่อตั้ง PiMCosmetix นะคะ
สวัสดีค่ะแม้ว
     แม้ว:  ค่ะ สวัสดีค่ะ
แม้วไม่ได้มาคนเดียวด้วยวันนี้
     แม้ว: ค่ะ มากับทีม (หัวเราะ)
     ไป:  มากับทาส
(หัวเราะ) ทาสแม้ว ชื่ออะไรคะ 
     ไป:  ชื่อไปครับ
ซึ่งไปก็เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งของ PiM Cosmetix
     แม้ว: ใช่แล้วค่ะ
อยากจะให้แนะนำตัวทั้งสองคนสักหน่อยได้ไหมคะ 
     แม้ว:  เราเรียนจบมาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาค่ะ แล้วก็เริ่มทำงานหลายๆ ที่เหมือนกัน ทั้งบริษัทโฆษณา ทำงานกราฟิกดีไซน์ สักพักหนึ่งก็ออกมาทำฟรีแลนซ์ เริ่มจากทำเครื่องสำอาง DIY แฮนด์เมด เป็นงานอดิเรกก่อน  เราเป็นคนชอบทำนู่นทำนี่ใช้เอง เพราะว่าชอบสีแปลกๆ แล้วไม่ค่อยมีขายค่ะ สมัยเมื่อ 7-8 ปีที่แล้วเวลาเราไปเที่ยวพวกมิวสิก เฟสติวัล เราอยากได้สีสนุกๆ ไปทาเล่น เราก็อยากทำขึ้นมาเอง ก็ไปหาซื้อวัตถุดิบจากเว็บไซต์ของเมืองนอกที่เขาแบ่งขายสำหรับคนทำ DIY ลองทำมาเรื่อยๆ แล้วก็แบ่งให้เพื่อนใช้ จนถึงจุดที่เริ่มโอเค แล้วเพื่อนบอกว่า ลองทำเป็นแบรนด์ดิ เราก็เลยต่อยอดตรงนั้นขึ้นมาค่ะ 
     ไป:  เขาใช้เองก่อน ทีนี้เขาก็ใช้พื้นฐานของคนที่ทำ graphic design อยู่แล้วด้วย
ตอนยุคแรกๆ ที่แม้วทำ เริ่มมีสีประหลาดๆ ไปเริ่มกังวลไหมคะ 
     ไป:  ผมเริ่มจะทาเก่งกว่าเขาแล้วนะตอนนี้
     แม้ว: (หัวเราะ) ไม่ได้กังวลเลยค่ะ นี่ตัวยุเลย ปกติผู้ชายเขาจะไม่ค่อยชอบ บางคนเขาไม่ชอบให้แฟนทาสีแปลก คนนี้คือวันไหนเราทาสีนู้ดเขาจะบ่น บอกหน้าจืด พอทาสีแปลกๆ เขาบอก อย่างนี้โอเค ผ่าน
     ไป:  ผมชอบของแปลก ผมไม่ชอบของปกติ
     แม้ว: พอดีเราไม่ใช่คนมาทางสวย (หัวเราะ) ต้องบอกนี่ค่ะ ตัวยุเลยค่ะคนนี้
คำว่าแปลกคือคำชมนะจริงๆ แล้ว โดดเด่น ใช่ปะ (หัวเราะ)
     ไป:  ใช่
     แม้ว: พยายามคิดว่าชมอยู่ค่ะทุกวันนี้ ไม่รู้เขาชมจริงหรือเปล่า หรือว่าเขาหลอกเรา (หัวเราะ)
 
 
ชีวิตที่มีสีสัน 
เป็นคนชอบสีสันทั้งคู่เลยเนาะ
     ไป:  ใช่ อยู่ที่งานของเราด้วย เราออกแบบนู่นนี่ เราใช้สีเยอะอย่างนี้ ออกมาจากเสื้อผ้าเราเลย แล้วเวลาเราเลือกของใช้ เราก็จะเลือกอย่างที่เราชอบ
     แม้ว:  ค่ะ เราทำงานเกี่ยวกับด้านออกแบบ ทำกราฟิกดีไซน์ ส่วนคุณไปเขาก็ทำทุกอย่าง 
     ไป:  ผมจบเซรามิก เครื่องปั้นดินเผา
     แม้ว:  แต่ทิ้งเตาไปแล้วค่ะ จะไปอบคุกกี้แล้ว
โห เราก็ไม่ได้ทำด้านนั้นเลยสิ 
     ไป: ก็ไม่ได้ทำแล้วครับ แต่ก่อนเราเรียนเราก็อยากจะทำแบบนั้น แต่พอมาใช้ชีวิตจริงๆ งานที่เราชอบกลับกลายเป็นอีกแนวหนึ่ง ต้องมาปูพื้นใหม่หมดเลย ทุกอย่างต้องมาตั้งศูนย์ใหม่ แล้วก็มาจับคอมพิวเตอร์ แต่ก่อนไม่คิดว่าจะต้องใช้ ก็มานั่งเรียนใหม่ ทำใหม่ทุกอย่าง ทำแล้วก็ชอบอีก ไปทำงานตามที่ต่างๆ ก็พัฒนาทักษะไปเรื่อยๆ  ก็ชอบ ก็ลงลึกไปอีกเรื่อยๆ เลยครับ
ถ้าถามตอนนี้งานของไปคืออะไรคะ
     ไป: ตอนนี้ผมเป็น Visual Artist ด้วย ทำ Art Installation ที่ทำกับแบรนด์นี่ก็คือไดเร็กชั่นทั้งหมด ผมก็จะเป็นคนทำให้แม้วเขาด้วย แล้วแม้วก็จะทำเองด้วย ผมก็ดูพวกงานดิจิตัล มีเดีย แล้วก็พวกเซ็ตอัพดิสเพลย์ข้างนอก พวกออกแบบกราฟิกทั้งหมดในเพจของ PiM Cosmetix
โหย สนุกสนาน ดูแล้วชีวิตดูมีสีสัน (หัวเราะ) ของจริง 
     ไป: ครับ ก็ทำ Visual งานคอนเสิร์ตด้วย ทีนี้ทุกอย่างก็เลย Apply เข้ามากับโปรดักต์ที่เราจะทำแหละ เพราะเราไปทำงานเฟสติวัลนู้นนี้แล้วก็เก็บเกี่ยวประสบการณ์เฟสติวัลรอบโลก งานกราฟิกดีไซน์ งานดีไซน์โมชั่นกราฟิก วิชวล อาร์ตทั้งหมด ลงมาที่โปรดักต์ที่เราจะทำกันเอง ทีนี้เราก็จะมาทำกับสิ่งมีชีวิตแล้ว เพราะว่าศิลปะบางอย่างไม่มีชีวิต ฉะนั้นเราจะเริ่มทำกับแกลอรี่ที่สามารถเคลื่อนที่ตัวเองไปได้ทุกที่
     แม้ว:  อย่างการทำ Body Art นี่คือ Living Art อย่างปกติเวลาที่อาร์ทิสต์เพนต์ลงบนแคนวาส หรือ Sculpture  จะไม่มีชีวิตที่จะตอบโต้กับเรา แต่ว่าการที่เราเพนต์ลงบนคน สื่อสารพูดคุยกัน คุยเล่นสนุกสนานกัน มีการตอบโต้กัน มันคือ Living Art ที่มีชีวิต เวลาเราเพนต์ไปแล้ว มีการสร้างความสัมพันธ์ต่อคนต่อคน เราต้องพยายามทำให้เขาแฮปปี้ไปกับงานเรา ก็คือแบ่งปันความสุขให้กันด้วยค่ะ 
แล้วเวลาเพนต์อยู่บนตัวคนแต่ละคนก็ต่างกันด้วยนะคะ 
     แม้ว:  ใช่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นลายเดียวกัน การใช้สีหรืออะไรที่แตกต่างกัน จะแตกต่างตามคาแร็กเตอร์แต่ละคน    
เราเป็นคนเลือกให้เขา หรือว่าเขาเลือกเอง
     ไป:  บางทีเขาเลือกเอง  บางทีไปตามเฟสติวัล เราก็จะมีแพตเทิร์นให้เลือก เขาก็จะเลือกสีที่เขาชอบ แต่เราจะส่งให้เขา ว่าเขาแต่งตัวมาสีนี้ เราก็บอกเขาว่าสีนี้ไปด้วยกัน หรือกลืนกัน  
     แม้ว:  คนลุคเปรี้ยว เราก็บอกเขาว่าเสือดาวเก๋ๆ ไหม แล้วก็ไฮไลต์ด้วยสีทอง มีกลิตเตอร์นิดหนึ่งให้ออกมาเหมาะกับคนนั้น เขาแฮปปี้ เราก็ฟินไปด้วย 
     ไป:  ใช่ แล้วแต่ละเฟสติวัล ก็ไม่เหมือนกันอีก ด้วยเพลง ด้วยอะไร คนก็จะเลือกแพตเทิร์นที่ต่างกันเข้าไปอีก ซึ่งเวลาเราออกแบบแพตเทิร์นต่างๆ  ผมจะคิดเรื่องเพลงเป็นหลัก ทีนี้เราก็จะออกแบบว่าอันนี้ดิสโก้ อันนี้ร็อก อันนี้เป็นทรานซ์เทคโน หรือว่าแม้กระทั่ง EDM เราก็จะออกแบบให้กระจายออก ให้ทุกคนหยิบจับได้หมดเลย จริงๆ คาแร็กเตอร์ของเราเป็นคาแร็กเตอร์ออกเฟสติวัล ปีนี้ลองอินไวต์ตัวเองเข้าไปในเฟสติวัลดู พอได้หนึ่งงานปุ๊บ ก็จะมีงานอื่นที่เขาเห็น 
     แม้ว:  เราได้ฟีดแบ็กที่ดีมาก พอเราติดต่ออีกที่หนึ่งเขาก็ให้พื้นที่เราทันทีค่ะ เพราะว่าตอนที่เราไป Kolour in The Park เราเสนอเขาว่าเราสามารถทำสีพิเศษ Limited Edition เพื่อคุณได้เลย เราก็ออกแบบสีสำหรับงานเขาพร้อมโลโก้ 
โอ๊ย Cat Expo เราไม่อยากมีสี Limited อย่างนี้บ้างเหรอคะ 
     ไป:  สนใจ ทำซิกเนเจอร์ได้นะครับ จะอยู่ใน Collection ที่เราเรียกว่า Face Gem เป็นการตามล่าอันนี้
นื่คือส่วนของบอดี้เพนต์
     แม้ว: ตัวนี้เป็นลิปสติกที่เราสามารถใช้มากกว่าแค่ทาปากได้ค่ะ เอามาทา Face art หรือ Body art ได้ด้วย เพราะว่าด้วยสีมีความชัดเจน เพนต์ลงไปได้ สามารถผสมกันเองได้ เพนต์ลวดลายได้  
แพ็กเกจก็น่ารักมาก (ดูตัวอย่างสีและแพ็กเกจที่ https://www.facebook.com/pimcosmetix/)
     แม้ว: เราออกแบบตัวขวดเองด้วยนะคะ ตรงฝาจะเป็นรูปปากว่านี่เป็นสีที่ทาปากได้ แล้วตัวขวดเป็นรูปทรงเหมือนผลึกอัญมณี แล้วความพิเศษคือมีตัวคล้อง ที่สามารถเอาไปทำสร้อยคอ หรือว่าคล้องกระเป๋า เป็นเครื่องประดับได้  


 
ลิปสติกบนลิปสติก: สิ่งที่ชอบกับสิ่งที่ทำ
จริงๆ  Cosmetic หรือเครื่องสำอาง มีหลายอย่าง ทำไมถึงเลือกทำลิปสติกคะ 
     แม้ว:  เป็นความประทับใจตั้งแต่เด็กค่ะ เพราะว่าเด็กๆ ตอนเริ่มวัยสาว รักสวยรักงาม วัยรุ่นก็ชอบขโมยลิปสติกแม่มาใช้ เลยเป็นความประทับใจ แล้วพอเราเริ่มมาเรียนศิลปะ เวลาเราใช้สี พวกสีน้ำมัน สีอะคริลิกเพนต์ลงบน แคนวาส เรารู้สึกว่าเป็นสีที่ใช้งานได้หลากหลาย แล้วตัวลิปสติกรุ่นนี้เป็นเนื้อลิควิด ซึ่งคล้ายสีน้ำมันหรือสีอะคริลิกค่ะ ใช้เพนต์ลวดลายได้ แล้วตัวสีมีความสดชัดเจน เราก็เลยเริ่มจากการทำลิปสติกตัวนี้ เพราะเราชอบที่ใช้งานได้หลากหลาย
     ไป:  เขาคิดวิธีการ Swatch (สวอต: การลองเครื่องสำอาง เพื่อเทียบสี) แบบใหม่ขึ้นมา  
     แม้ว:  ปกติเวลาผู้หญิงไปลองสีเครื่องสำอางเราจะป้ายเป็นแถบๆ เสร็จก็ต้องมาคอยเช็ดล้าง เราก็เลยคิดว่าทำอย่างไรให้การสวอตสีของเราไม่เหมือนใคร เป็นจุดเด่น แล้วก็ทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่อยากล้างออก ให้อยู่กับสีที่เราทาให้ไปนานๆ เราก็เลยดีไซน์สิ่งนี้ขึ้นมาค่ะ ด้วยการทำให้เป็น Body art ไปเลย คือแทนที่จะเป็นลายเป็นปื้น เราก็เลยทำ Stencil (ลายฉลุ) ออกมาให้เป็นลวดลายน่ารักแบบนี้ ทำให้คนรู้สึกว่า มีอันนี้แล้วสวย อยากเอาไปอวดเพื่อน แล้วก็กลายเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้จำกัดแค่ว่าเป็นผู้หญิงสาวที่จะทาลิปสติก เป็นกิจกรรมที่ได้ทุกเพศทุกวัย เด็กๆ ชอบมากค่ะ เจอบูทเรา เด็กไม่ยอมกลับบ้าน แม่มาปล่อยให้เล่น แล้วแม่ไปเดินช้อปปิ้ง (หัวเราะ) 
เลยความเป็นลิปสติกไปเยอะเหมือนกันเนาะ
     แม้ว:  ใช่ ด้วยเราเบลนด์กับหลายๆ อย่างที่เป็นตัวเรา สิ่งที่เรารัก ไปเขาก็จะเบลนด์ดีไซน์ ของเขา ใส่ทุกอย่างที่เขาชอบลงไป ทั้งงานอินสตอลเลชั่น เขาก็ดีไซน์เองด้วย แล้วก็ใส่ทั้งวิชวลที่เขาออกแบบ คือ เราใส่ทุกอย่างที่เรารักเราชอบลงไป แล้วเราคิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้คนเขาอยากมีส่วนร่วม มีความสนุกกับสิ่งที่เราถ่ายทอดให้เขาด้วยค่ะ 
     ไป:  แบ่งปันสิ่งที่เราชอบให้คนอื่น แล้วเราดูว่าเขาจะเป็นอย่างไร ชอบหรือเปล่า งานศิลปะได้ทุกอย่างทุกประเภทน่ะครับ
นี่มันเป็นงาน Ideal (ในอุดมคติ) เลยนี่คะ ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ แล้วก็ได้ตังค์ด้วย
     ไป:  ใช่ครับ เป็นการเริ่มธุรกิจ จากที่เราเคยทำงานจ้างทั่วไป เลื่อนไปเป็นงานที่เราทำกับตัวตนของเราจริงๆ แล้ว คือเราจะได้เป็นลูกค้าคนอื่นบ้าง (หัวเราะ) โดนเขาจ้าง โดนเขาบรีฟนู่นนี่มาหมดเลย เต็มที่เลย
 
ทุกเรื่องราวเริ่มต้นจากการลงมือ
เคยคิดไหมคะว่าสีทั้งหมดที่เราทำมา สีไหนที่ไม่น่าจะเป็นลิปสติกที่สุด คือแปลกที่สุด
     แม้ว: น่าจะเป็นสีขาวนะคะ ชื่อ Surreal ออกมาใหม่ล่าสุด สีตัวนี้มาจากตอนที่เราจัดงาน Art Exhibition มีดีเจมาเปิดเพลง เป็นปาร์ตี้
     ไป:  เราก็คิดว่าช่วงนี้ไดเร็กชั่นของเราออกเป็นทาง Surreal คือเหนือจริง เราก็เลยมาบวกกับว่าลิปสติกของเรายู่ที่ปาก ฉะนั้นเราทำอะไรให้เป็นความงามที่เหนือจริงขึ้นมา แต่ให้ลิงก์กับตัวโปรดักต์ของเรา ก็สมาสกันง่ายๆ เลยครับ   Surrealism กับ Lips มาบวกกัน ก็เลยเป็น Surrealips
     แม้ว:  ทีนี้เราก็เลยมานั่งคิดว่าควรจะเป็นสีอะไร เรานึกถึงงานศิลปะ Surrealism ซึ่งทำให้เราคิดว่าสีที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจทุกอย่างเวลาทำงานศิลปะก็คือสีขาว ก็เลยทำสีขาว ซึ่งเป็นสีที่ทำยากมาก เพราะสีขาวเป็นสีที่มีความโปร่งแสง ทำให้ทึบ ทาให้เนียนยากมาก แล้วก็ผสมอยู่หลายรอบค่ะ จนตอนแรกเกือบจะไม่ได้ทำสีนี้แล้วเพราะว่าทำไม่ได้สักที (หัวเราะ) ผสมประมาณถังหนึ่ง สุดท้ายเราปรึกษากับซัพพลายเออร์ว่าทำไม่ได้สักที ทำไงดี เขาก็เลยให้ Pigment (เม็ดสี)มาอีกตัวหนึ่งแล้วก็มาลองทำ เออ เริ่มได้ แล้วก็ผสมจนโอเค ออกมาเป็นตัวนี้ค่ะ
     ไป:  หลักการผสมสีคือจิตรกรเขาเพนต์สีน้ำมัน เขาก็ผสมสีกันเอง ต้องไปหากันเอง
     แม้ว:  ก็เหมือนกับที่เราอยากจะได้สีทาปากที่เราอยากได้แล้วไม่มีขาย เราก็ต้องแบบทำขึ้นมาเองบดมือ
บดมือเลยเหรอ 
     แม้ว:  ใช่ค่ะ หยอดก็หยอดด้วยมือทีละอัน 
ความยากที่สุดของการทำลิปสติกให้เป็นแท่งคืออะไรคะ
     แม้ว:  สำหรับเรานอกจากขั้นตอนการทำที่เราผ่านจุดที่คิดค้นสูตรอะไรต่างๆ ได้แล้ว ต่อมาสิ่งที่เราคิดว่ายากคือเราจะต้องดีไซน์สีขึ้นมาหนึ่งสีค่ะ เพราะว่ากว่าที่เราจะคิดสีขึ้นมาหนึ่งสี เราต้องเริ่มมาจากว่าเราจะบอกเล่าเรื่องราวของสีๆ นั้นอย่างไร ซึ่งเราก็จะต้องคิดถึงที่มาของแรงบันดาลใจ อย่างสีม่วงประกายสีเมทัลลิก ที่ชื่อสีว่า Wonderland เรานึกว่าถ้าเกิดเราจะทำสีหนึ่งที่บ่งบอกว่าผู้หญิงคนนี้มาจากดินแดนแห่งโลกแฟนตาซี เขาจะชอบสีอะไรเป็นพิเศษ โทนสีที่เขาจะทาแล้วทำให้คนจำเขาได้ว่าคาแร็กเตอร์นี้คือความแฟนตาซี ควรเป็นสีอะไร แล้วก็นึกไปถึงสีม่วงสดที่ค่อนข้างเข้มข้น และมีประกาย ความพิเศษคือมีเมทัลลิกกลิตเตอร์ เพิ่มความแฟนตาซีเข้าไปดีไซน์แล้วเราก็ค่อยๆ ผสมให้ออกมาเป็นสีตรงกับที่เราอยากได้ที่สุด
แต่ละสีก็มีชื่อและเรื่องราวที่ต่างกันไป 
     แม้ว:  อย่างสีเงินที่ชื่อ Droid มีแรงบันดาลใจจากเรื่อง Star Wars เราตั้งชื่อว่า Droid มาจาก Android ที่เป็นหุ่นยนต์ค่ะ  อย่างสีฟ้ามินต์กับเขียวมินต์นี่เขาเป็นพี่น้องกันค่ะ สีฟ้ามินต์ชื่อสี Similan แล้วเขียวมินต์ ชื่อ Andamanก็ Inspire มาจากสีของน้ำทะเลบ้านเรา
เจ๋ง
     แม้ว:  อย่างสี Heart หัวใจ สีแดง ก็ค่อนข้างเข้าใจง่าย แล้วก็มีสีหนึ่งที่เราออกมาเป็นคอลเลกชั่นสำหรับวันวาเลนไทน์ ก็จะมีสีที่ชื่อว่า 1000 Kisses
จูบ 1 พันครั้ง (หัวเราะ) 
     แม้ว:  บางทีการตั้งชื่อหรือการเล่าเรื่องทำให้คนเขารู้สึกดี มีกิมมิก มีแรงบันดาลใจว่าจะแต่งตัวอย่างไร สีนี้ทาไปดินเนอร์กับหนุ่มก็น่ารักเพราะว่ามีประกายกลิตเตอร์ด้วยทำให้ดูโดดเด่นมากสำหรับวันพิเศษ
 
รักที่จะลอง
การทำสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ค่ะ ลิปสติกแฮนด์เมดนี่ สามารถเลี้ยงชีพเราได้จริงๆ ไหมคะ 
     ไป:  ได้นะครับ แต่ว่าตอนนี้ยังแค่เริ่มแต่มันยังไม่ถึงกับรวย เพราะว่าสีของเราอยู่นอกกระแส 
     แม้ว:  ค่อนข้างจะเฉพาะกลุ่ม กลุ่มเล็กๆ กลุ่ม Niche
     ไป:  แต่สีนู้ดเราก็มี คนกลุ่มหลักก็ยังใช้ได้ด้วยเหมือนกัน แต่สำหรับวันพิเศษของเขา กลุ่มหลักก็จะเริ่ม เอ๊ะ  วันนี้ฉันไปปาร์ตี้ ทาฟ้าเลยดีกว่า แล้วพอเขามีวันพิเศษใหม่ก็จะทาสีใหม่ พอเขาทาสีใหม่ปุ๊บสีหนึ่งเขาก็จะไปอีกเรื่อยๆ 
ไม่จบที่แท่งเดียวแน่นอน (หัวเราะ) เพราะว่าลงสีหนึ่งแล้วก็อยากจะลองเพิ่ม 
     ไป:  สีพวกนี้ต้องรอเวลาจริงๆ เพราะว่าศิลปะกับตัวเองต้องไปอีก ต้องกล้าอีกเรื่อยๆ 
     แม้ว:  อยากเล่าตอนที่เราจัดงานเปิดตัวแบรนด์ครั้งแรก เราทำเป็น Art exhibition เพราะว่าเราทำงานกับแวดวงที่มีเพื่อนๆ ทำงานศิลปะเยอะ เราก็เลยเอาลิปสติกของเราที่มีหลายๆ สีไปให้เพื่อนทำงานอาร์ตอะไรก็ได้ แล้วก็ให้ส่งเป็นภาพถ่ายมาจัดแสดงงานร่วมกัน ข้างในงานเรามีกล่องดำใบหนึ่ง เอาลิปสติกหลายๆ สีของเราทำเป็นแท่งเล็กๆ แล้วใส่เทลงปนกันเหมือนลูกอมเม็ดทุกรสของแฮรี่ พอตเตอร์ เป็นวิธีของเราว่าทำไงให้คนกล้าที่จะทาสีที่แปลก สีดำ สีเขียว สีฟ้า สีน้ำเงินหรือว่าสีม่วง ซึ่งคนธรรมดาทั่วไปเขาไม่ทากันอยู่แล้ว เราเลยต้องหาวิธี เราเล่าให้คนที่มาดูงานเขาฟังว่านี่คืองานศิลปะที่เกิดจากการเอาลิปสติกของเรามาใช้เพนต์บนนางแบบเป็นสีแฮนด์เมดของเราหมดเลย เขาก็ได้เห็นว่าสีบนตัวคนเป็นแบบนี้ เสร็จแล้วเราก็บอกว่าเรามีลิปสติกแจกให้ฟรีนะ คุณหยิบเข้าไปในกล่องนี้เลย มีข้อแม้เดียวเท่านั้น หยิบได้สีอะไรทาสีนั้น ทุกคนก็ชอบอยู่แล้วเวลาเราทำเกมสนุก ใครๆ ก็อยากได้ แล้วคนที่ไม่เคยแต่งหน้า ไม่เคยทาสีแปลก เขาหยิบขึ้นมาได้สีแปลก สีเขียว ขอเปลี่ยนเป็นสีธรรมดา เราก็ไม่เป็นไรค่ะหยิบใหม่ได้ แต่พอเขาหันไปมองคนอื่นๆ ทาสีฟ้า สีม่วง เขาเริ่มรู้สึกว่า อุ๊ย ไหนๆ เขาก็ทาสีแปลกแล้ว ทำไมเราไม่ลองบ้าง
     ไป:  อุปทานหมู่ขึ้นมาทันทีเลย (หัวเราะ)
     


 
Festival Cosmetics
ทำไมแบรนด์นี้ถึงชื่อ PiM
     แม้ว:  ตอนแรกเราคิดคำมาเยอะมาก สุดท้ายใช้ชื่อน้องสาวแล้วกัน (หัวเราะ) อยากได้คำง่ายๆ ค่ะ เราเป็นคนชอบอะไรเรียบง่าย คำที่คนฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นคำไทยเนาะ แล้วคำว่าพิมเป็นคำที่น่ารัก เป็นคำชิกๆ ก็เลยตกลงบอกน้องสาวว่า เออ ฉันใช้ชื่อแกนะ (หัวเราะ) 
     ไป:  ศิลปะก็ใช้ภาพพิมพ์หรือว่าระบบพิมพ์ Printing ก็พิมพ์ มีการประทับลงไปแล้วก็การเพนต์
ตั้งใจจะทำลิปสติกอย่างเดียวเลยหรือเปล่าคะ
     แม้ว:   ในอนาคตมีโปรดักต์แบบอื่นด้วยค่ะ เพราะว่าเราสามารถที่จะเอางานดีไซน์มาลงเป็นโปรดักต์ได้เยอะ มีแผนจะทำเป็นไลฟ์สไตล์โปรดักต์  
     ไป:  เป็นกระเป๋าเครื่องสำอางหรือว่า Gadget สำหรับไปเฟสติวัล เป็น Art Kits เป็นชุดแต่งหน้า
     แม้ว:  เปิดกระเป๋าใบเล็กๆ ใบนี้มาเหมือนกระเป๋าโดเรม่อนค่ะ มีทุกอย่างที่คุณสามารถพกไปทาครบเลย โดยไม่ต้องมีของใหญ่โตอะไรมากมาย
ดูทั้งสองคนจะอินกับเฟสติวัลและคอนเสิร์ตมากๆ ชอบไปอยู่แล้วด้วยใช่ไหมคะ 
     ไป:  ใช่ครับ แต่ก่อนก็ทำงานอย่างนี้อยู่แล้ว อยู่กับคอนเสิร์ตด้วย ด้วยสไตล์การออกแบบด้วย ก็เลยอินกับพวกนี้อยู่แล้ว ฉะนั้นก็เลยยำสิ่งที่เราพบเห็นนู่นนี่มา จริงๆ แล้วเฟสติวัลนี้มีอะไรหลากหลายมากเลยครับ มีผู้คน แนวเพลง มีคนอีกหลายๆ ประเภทที่ชอบเพลงไม่เหมือนกันแต่มาอยู่ด้วยกัน 
     แม้ว:  นอกจากเรื่องเพลงก็ชอบไปดูคนแต่งตัวค่ะ เรื่องของแฟชั่น ไปดูแต่งตัวสนุก ไปดูคนน่ารัก หน้าตาดีๆคนสวยๆ หล่อๆ (หัวเราะ) มันเพลิดเพลินค่ะ เป็นส่วนหนึ่งที่เราชอบมากเหมือนกัน
 
Art & Business 
จากงานที่ทำ เราเชื่อว่าแบรนด์ลิปสติก PiM Cosmetixนี่ น่าจะไปได้อีกไกลเลยแหละ เพราะว่าตอนนี้กลุ่มคนที่รู้จักก็จะค่อยๆ ขยายมากขึ้นเรื่อยๆ 
     ไป:  ตัวกิจกรรมก็ขยายด้วย เพราะตอนนี้เราทำพวก Body Paint,  Face art, Body Art ก็ขยายกลุ่ม มีเฟสติวัลติดต่อมา ตอนนี้เราก็จะไม่จบแต่เรื่องลิปสติกนะ ไปเรื่องกิจกรรมแล้ว เรื่องของบอดี้ อาร์ต ทั้งหมด แล้วเราก็จะหาเพื่อนๆ ศิลปินมาช่วย มาแจมร่วมกันไปเรื่อยๆ 
     แม้ว:  ใช่ค่ะ เราคิดว่าการทำแบรนด์นี้ เราไม่ได้ทำเพื่อบอกกล่าวคนอื่นว่าฉันเจ๋งที่สุด เราต้องการแค่ให้เป็นพื้นที่หนึ่ง ที่ทุกคนสามารถมาแชร์ความสามารถของตัวเองได้ เราคิดว่าทุกคนมีความเจ๋ง ฉะนั้นเราก็จะแบ่งปันพื้นที่ว่า เพื่อนเราคนนี้เพนต์ได้ งั้นมาเป็นอาร์ติสต์รับเชิญของเรานะ แล้วเราก็จะให้เขามีพื้นที่ ให้คอนเทนต์เขาไปเลย ตอนที่เราจัดงาน มีทั้งศิลปินรับเชิญแล้วก็นางแบบรับเชิญเยอะมาก เพื่อจะให้เป็นพื้นที่ร่วมกันแล้วก็เป็นพื้นที่ที่เขาปล่อยของ เพราะเพื่อนๆ บางคนเขาก็ได้แต่งหน้าเจ้าสาว แต่งหน้ารับปริญญา แล้วอยากทำอย่างนี้บ้าง เราแบ่งพื้นที่ให้ หรือบางคนเขาเป็นเพนเตอร์หรือเป็นกราฟิตี้ เขาไม่เคยเพนต์คน ตรงนี้เป็นโอกาสที่เขาได้มาลองทำ บางคนเขาตื่นเต้นมาก ไม่เคยเพนต์บนคนไม่รู้จะทำได้ไหม เราเลยบอกไม่ยากหรอก แค่ได้ลองครั้งหนึ่งก็จะได้รู้ว่าเป็นแบบนี้ แล้วค่อยๆ ปรับไป 
     ไป:  บางงานก็ให้ตากล้องมา เขาเพนต์ไม่ได้ ก็ให้เขาถ่ายรูปให้เป็นงานศิลปะขึ้นมา ก็เลยรวมหมดเลย 
     แม้ว:  เหมือนกับให้ตัวนี้เป็นสื่อที่เอาไว้ทำงาน แล้วเราก็ได้มิตรภาพที่ดีมากขึ้น อย่างบางคนเราก็ได้สนิทกับเขามากขึ้นเวลาทำงานด้วยกันค่ะ เป็นเรื่องที่ดีมาก 
เป็นการทำโปรดักต์ที่ดูไม่เหมือนทำธุรกิจเลยเนาะ เหมือนเป็นศิลปินมากกว่าเนาะ
     แม้ว:  เพราะว่าเราไม่ได้เป็นคนเก่งเรื่องธุรกิจ (หัวเราะ)
     ไป:  พยายามจะทำให้เป็นธุรกิจ แต่ว่าเราต้องทำในสิ่งที่เราชอบก่อนเพราะว่า เราก็มีงานส่วนหนึ่ง แล้วก็มาบำบัดตัวเอง หรือว่ามาปล่อยพื้นที่ให้ Refresh ตัวเอง ให้เราไปต่อได้อีก แล้วมีกำลังไปเรื่อยๆ ก็ต้องหาพื้นที่ให้ตัวเอง 
     แม้ว:  เราเชื่อว่าศิลปะบำบัดจิตใจ เวลาเราเครียด แค่เรามานั่งทาสีบนหน้าตัวเอง เรารู้สึกแฮปปี้ค่ะ วันนี้เหนื่อย หรือวันนี้อารมณ์ยังไม่ค่อยสดใส เราก็จะหยิบลิปสติกหรือว่าเครื่องสำอางสีๆ มาทาบนหน้าตัวเอง แต่งๆ ไป เออ อารมณ์ดีขึ้นมา 
 
Goal & Go
เราพูดถึงลิปสติกกันมาประมาณหนึ่งแล้ว เป้าหมายต่อไปของทั้งสองคนคืออะไรคะ 
     แม้ว:  อยากจะมีเฟสติวัลที่เราจัดกันเองเนาะ
     ไป:  เป้าหมายก็เหมือนกับทำแล้วเลี้ยงชีพได้ด้วยธุรกิจตัวเอง ทีนี้เราก็จะพัฒนาสิ่งที่เราชอบ อยากจะทำเป็นเฟสติวัล ของ Body art หรือว่า Face art เพราะว่าส่วนใหญ่ตามเฟสติวัล มีตัวนี้อยู่ในโซน แทบเป็นตัวประกอบพาร์ต หนึ่งเล็กๆ เอง เราก็เลยอยากให้มันใหญ่ขึ้นมาอีก เพราะว่าจริงๆ ใครๆ ก็สามารถทำได้เหมือนกัน คุณจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ อาร์ทิสต์หรือว่าเป็นเพนเตอร์ทุกคนก็สามารถทำได้ เราจะหาพื้นที่ตรงนี้มาทำเป็นโชว์เลยครับ คอนเสิร์ตเขามีวง มีแบนด์เล่นตามไลน์อัพ ทีนี้เราอยากจะได้อาร์ติสต์ มาเพนต์เป็นไลน์อัพเลย แต่แบรนด์ตัวนี้ก็จะพัฒนาไปเป็นไลฟ์สไตล์ โปรดักต์ย่างที่บอกครับ ทีนี้เราก็จะใช้ทุกอย่างที่เรามี ทำออกมาเป็นโปรดักต์แตกยอดออกไปอีก 
จากที่คุยตั้งแต่ต้น ทั้งคู่ทำแบรนด์นี้ด้วยความสนุก ความชอบ ความรักจริงๆ ทำอย่างไรถึงจะใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานและสามารถเลี้ยงชีพได้ด้วย 
     ไป: ต้องอยู่รอดในชีวิตประจำวันให้ได้ก่อน หาเลี้ยงชีพให้ได้ก่อน แล้วทีนี้เราก็จะเริ่มมาบำบัดตัวเองกับความฝัน ต่อยอดความฝันออกไป เมื่อความฝันเราใหญ่ขึ้นมา เริ่มเป็นจริงแล้ว ทีนี้ระบบก็จะเดินหน้าไปเรื่อยๆ ครับ แต่เราต้องหาคนร่วมทางเราด้วย คือเราเริ่มตั้งแต่จุดเล็กแต่เราต้องหาเพื่อนไปเรื่อยๆ ก็คือการ Educate คน ให้ดูงานศิลปะสวยๆ แล้วก็จะมีเป็นกรุ๊ปที่ไว้แชร์ แบ่งปันพวกงานศิลปะเกี่ยวกับเรือนร่างทั่วโลก เราก็จะเป็นกรุ๊ปที่แชร์เรื่องนี้ออกไป ให้เขารับรู้ว่าศิลปะแบบนี้มันมีเพียบเลย คนรับรู้เสร็จปุ๊บ วงก็ขยายออก แต่ว่าต้องใช้เวลาเท่าไหร่ก็ไม่แน่ใจ
แต่เราก็ยังสนุกกับมันอยู่ เรามีเวลาให้กับมันด้วย
     ไป: ใช่ครับ เพราะนี่ไม่ได้ทำงานประจำด้วย ก็เป็นฟรีแลนซ์ แล้วก็รับงาน
     แม้ว: มีบ้างบางช่วงที่งานชนกัน ก็หนัก แต่เราอยู่ได้เพราะว่าเราทำด้วยความรัก 
มีจุดยากไหม
     แม้ว:  จุดยากคือเรื่องแบ่งเวลา (หัวเราะ) เพราะว่าเรื่องปากท้องก็สำคัญ เราก็ต้องอยู่ให้ได้ด้วยการทำงานอย่างอื่น เพื่อหาเลี้ยงปากท้อง แล้วต้องมาแบ่งเวลาให้กับการดูแลแบรนด์ด้วย
     ไป:  เหนื่อยขึ้น แต่เราก็ต้องเร่งรีบเพราะว่าจะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ต้องทำสิ่งที่อยากจะทำให้ทัน พรุ่งนี้อาจจะมีคนทำก่อนเราแล้วก็ได้ 
     แม้ว:  หรือพรุ่งนี้เราอาจจะไมอยู่ทำแล้วก็ไม่รู้ คือเราใช้ทุกวันให้มันดีที่สุดตรงนี้แล้ว 
ส่งต่อพลังให้น้องๆ หน่อย ค่ะ คนที่อยากทำอะไรบางอย่างของตัวเอง แต่ยังไม่แน่ใจ แต่ยังไม่กล้า  
     แม้ว:  ถ้าไม่กล้า ให้ลองทำเลยค่ะ เพราะคำว่ากล้าหรือไม่กล้า หรือกลัวนี่มันแค่ความคิด เคยเห็นอาร์ทิสต์ บางคนมาลองเพนต์บอดี้ อาร์ตครั้งแรก เขาค่อนข้างประหม่า เพราะไม่เคยลองเพนต์บนคน เราก็จะบอกว่าทุกคนที่ครั้งแรก ก็ประหม่า กังวลเหมือนกัน แต่พอได้ลงมือทำแล้ว เราจะรู้สึกว่าไม่ยากอย่างที่คิด บางทีเซอไพรส์ด้วยซ้ำว่า พอเขาเพนต์เสร็จแล้วเขาแฮปปี้กับสิ่งที่เขาทำ แล้วได้ผลดีกว่าที่เขาคาดไว้ด้วยซ้ำ คืออะไรก็ตามให้คิดไปในทางบวกว่าเราทำได้ คนอื่นก็ทำได้เหมือนกัน 
     ไป:  แล้วก็ไม่ต้องกลัวข้อผิดพลาดน่ะครับ ทุกอย่างทำแล้วต้องมีผิดแน่นอน ฉะนั้นต้องอดทนแล้วก็พัฒนา ไม่ได้ถอยหลัง ผิดแล้วแก้ไปใหม่เรื่อยๆ ความอดทน อาจต้องใช้เวลา 10-20 ปีก็ได้ ในวิถีการเดินทาง แต่อยู่ที่ว่าเราจะอยู่กับมันได้ขนาดไหน ต้องอยู่ด้วยความรักด้วย แล้วจะอยู่ได้นาน ถ้าเกิดทำตามกระแส ก็เท่านั้นแหละครับ มันสั้น
ระหว่างทางที่ทำก็ฟังเพลงไปด้วยจะเป็นการเยียวยาจิตใจนะคะ แคท เรดิโอเปิดไว้ (หัวเราะ)
__________________________________________________________________
 
ร่วมค้นเรื่องราวของฅนหลากหลายอาชีพและมุมมองได้ในรายการแมวค้นฅน
ทุกวันพฤหัสบดี 3- 4 ทุ่ม ที่ www.thisiscat.com, app: Cat Radio ,  fb/thisiscatradio